ค้นหาบล็อกนี้

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

รู้จักกับ XMind สร้าง MindMap ง่าย ๆ รวดเร็ว

วันนี้จะขอเบรคเรื่อง Ubuntu ไปก่อนนะครับ วันนี้มีอะไรดี ๆ มาฝากกัน เป็นเรื่องบังเอิญที่น่ายินดีของเด็กฝึกงานอย่างผมมาก เรื่องของเรื่องก็คือ.... เช้ามา เปิดคอม เปิด web blognone.com ขึ้นมาอ่านข่าว IT ตามปกติ อ่านไปเรื่อย ๆ Build อารมณ์ทำงาน อ่านไปอ่านมาดันไปเจอกับข่าวนี้เข้า "INTEL เรียกคืน Sandy Bridge P67 H67 สูญเงินกว่า 700 ล้าน" -*_*- เอ๊ะ! มันข่าวเก่านี่ทำไมมันขึ้นมาได้หว่า อ่าน ๆ ดู Sandy Bridge มันก็พวก I5 I7 นี่นา ดูไปดูมา....เออเฮ้ย พึ่งซื้อ I7-2920XM มาได้ไม่นานนี่นา กรรมแล้วไงนายคำค่าว เช็คไปเช็คมาก็ต้องบอกว่า......  "ช่ายเลย คือเธอแน่นอน...." ช่ายเลยครับ I7 ของผมมันรุ่นเดียวกับที่เขาเรียกคืนนี่ แล้วจะทำยังไงดี ใช้งานตลอดด้วย..... ในขณะที่กำลังเครียด ๆ อยู่นั้น พี่มะระ (พี่ในแผนกครับ เทพมาก ๆ) ก็มาบอกว่า ว่างไหม ลงไปอบรมหน่อย O.o ... "เออ พี่ครับ อบรมที่ไหนยังไงครับ" "ชั้นหกนะ พาเพื่อนไปด้วยเยอะ ๆ เดี๋ยวพี่พาไป รู้จัก Xmind ไหม..."
        นี่แหละครับคือสิ่งที่อยากบอกเพื่อน ๆ "สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่า Xmind"     แล้ววววว.... Xmind คืออะไร???     Xmind เป็น Software Opensource ที่พัฒนาโดยชาว HongKong (ฮ่องกง ฮองกอง หรือ โฮงโกง ก็แล้วแต่จะเรียกนะครับ) ซึ่งเจ้าโปรแกรม Xmind นี้เป็นโปรแกรมที่จะทำให้เพื่อน ๆ ทำ Mind Map ออกมาได้อย่าง "รวดเร็ว" "รุนแรง" และทำให้ Mind Map นั้นทรงพลานุภาพมหาศาลมหัศจรรย์เกินคณานับ Bla Bla Bla ( ว่าไปนั่น) ร่ายมาซะยาวจนจะถึงดาวอังคารแล้ว เรามาหัดใช้ Xmind กันเถอะครับ
         ก่อนอื่นใดต้องให้เพื่อน ๆ รู้จักคำว่า Mind Map ก่อนนะครับ Mind Map หรือภาษาไทยแปลว่า "แผนผังความคิด" มันเป็นการจำลองความจำของสมองซึ่ง Mind Map เป็นทฤษฏีมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 จากการค้นคว้า เชื่อว่า(หรือเขาบอกไว้ว่า) ความคิดในสมองเกิดจากตรงไหนก็ไม่รู้ แต่ทุกจุดในสมองล้วนเชื่อมต่อกัน เป็นระบบเน็ตเวิร์คที่ใหญ่ที่สุดในโลกและได้แบ่งเป็นสองส่วนคือ ซีกซ้ายที่ทำงานด้านความความคิด, ตรรกะ, การคำนวณ, ความเป็นเหตุเป็นผล และซีกซ้ายที่ทำหน้าทีด้านของ สีสัน ศิลปะ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์   เพราะฉะนั้นถ้าจะทำให้สมองทำงานได้ดีที่สุดต้องมีทั้งเหตุผลและจินตนาการ จึงเกิดเป็น Mind Map ที่ช่วยบันทึกจดจำสิ่งต่าง ๆ ของสมองเรานั่นเอง
         Mind Map ประกอบไปด้วย ตัวหนังสือ เส้นเชื่อมโยงคำ รูปภาพ สีสัน Mind Map ที่ดีจะประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้ครับ   ถ้าใครเคยดูโฆษณาแบรนคงจำได้ว่า สีมีผลต่อการจดจำของเด็ก เพราะฉะนั้นถ้าจัดสีสันอย่างเป็นระบบระเบียบก็จะทำให้การจำของคนเรานั้นจำได้นานขึ้นและจำรายละเอียดได้มากขึ้น ว่าแล้วเราก็มาใช้โปรแกรมกันดีกว่า (ต้องขอโทษเพื่อน ๆ ที่รู้เรื่อง Mind Map เป็นอย่างดีแล้วนะครับ ร่ายซะยืดกลัวเบื่อกันซะก่อน)

          เริ่มกันเลยดีกว่า
  1. โหลดโปรแกรมกันก่อนที่ หน้า http://www.xmind.net/  ตามรูปเลยครับ
  2. เมื่อดาวน์โหลดไฟล์มาเรียบร้อยก็ทำการติดตั้งครับ ซึ่งวิธีก็ไม่ยากเลยครับ Next อย่างเดียวเลยครับหลังจากนั้นก็เปิดโปรแกรมขึ้นมาเลยครับ
    จากภาพจะเห็นได้ว่า Xmind มีหน้าตาที่ดูไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครทั้งนั้นครับ ถ้าเห็นหน้าตาโปรแกรมนี้แล้วคิดว่าใช้ง่ายแล้วหล่ะก็ ผมบอกได้เลยว่าโปรแกรมนี้ใช้ง่ายกว่าหน้าตาที่เห็นซะอีก ( ง่าย เร็ว Confirm!!! )
  3. เรามาดูว่ามีอะไรกันบ้างนะครับ
    ผมจะแบ่งโปรแกรมนี้เป็นสามส่วนเพื่อจะได้อธิบายให้ง่ายขึ้นนะครับ
            แรกเลย ก็คือส่วนบนสุดเป็นส่วนของปุ่มลัดต่าง ๆ ไว้สำหรับให้ผู้ใช้งานได้มองเห็นได้ง่ายว่าโปรแกรมนี้มีอะไรที่จำเป็นต้องใช้บ้าง แต่ถ้าใช้คล่อง ๆ แล้วส่วนนี้แทบจะไม่ได้ใช้เลยครับ
            ส่วนต่อมาคือส่วนของ Work Space ครับ ส่วนนี้เป็นส่วนที่เราจะใส่ข้อความรูปภาพและเส้นสีต่าง ๆ ลงไปครับ
            ส่วนสุดท้ายคือแถบปรับค่าต่าง ๆ ด้านซ้าย ไว้ปรับค่าสี เส้น รูปร่าง การเชื่อมโยง รูปแบบของ Mind Map
  4. รู้จักชื่อ Object ต่าง ๆ กันก่อนดีกว่า... Object ที่ใช้บน Work Space มีไม่มากหรอกครับ ตามทฤษฏี Mind Map จะต้องมีหัวข้อตรงกลางเป็นหัวข้อหลัก( Central Topic ) และแตกแขนงเป็น Topic และแตกย่อยเป็น Subtopic ไปเรื่อย ๆ ตามรูปครับ

  5. การใช้งานก็ง่าย ๆ ครับเราสามารถเพิ่มกิ่งก้านสาขาได้หลายวิธี แต่วิธีที่ผมขอแนะนำก็คือการใช้ปุ่มลัดครับ ปุ่มลัดจะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นมาก สำหรับเพื่อน ๆ ที่ชอบทำ MindMap ต้องชอบมากแน่ ๆ ปุ่มลัดมีไม่กี่ปุ่มครับ
            Enter เพื่อเพิ่ม หัวข้อที่อยู่ในระดับเดียวกัน
            TAB เพื่อเพิ่ม กิ่งลูกเป็น Subtopic
            ปุ่มลูกศร ขึ้น ลง ซ้าย ขวา เพื่อเลื่อนไปเลื่อนมา
            DEL เพื่อลบ หัวข้อครับ
  6. สุดท้ายครับ เพื่อน ๆ สามารถ Save โดยไปที่ Menu > File > Save  เพื่อกลับเข้ามาอ่านหรือแก้ไขได้ครับ หรือถ้าอยากแบ่งปันเพื่อน ๆ ก็สามารถ Export ได้โดยเข้าไปที่ Menu > File > Export โดยสามารถ Export ออกมาเป็น format ต่าง ๆ ได้ตามรูปครับ
        เป็นยังไงบ้างครับสำหรับการใช้งาน Xmind หลาย ๆ คนอาจคิดว่า อ้าวแล้วมันต่างจาก freeMind ยังไง ( freeMind เป็น Opensource ที่ช่วยสร้าง Mind Map เหมือนกันแต่มาก่อน XMind) ผมบอกได้เลยครับว่า XMind ทำอะไรได้มากกว่านั้นมาก แต่ผมคงจะเขียนให้ได้ไม่หมด ถ้าอยากรู้รายละเอียดแบบละเอียดจริง ๆ สามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์อื่น ๆ ได้ หรือถ้าใครสนใจต้องการรายละเอียดเป็นพิเศษ สามารถ E-mail มาหาผมได้ครับ
        ลองดูตัวอย่าง Mind Map ที่ใช้ Xmind ทำดูนะครับ เป็นของผมสองอัน ส่วนอันสุดท้ายเป็นของอาจารย์ที่สอนผมมาครับ

 
อันแรกนี่เป็น Mind Map ที่ผมทำเล่น ๆ เกี่ยวกับตัวผมเองครับ

อันนี้เป็นก้างปลาใช้ลำดับและแก้ปัญหาครับ โดยหัวคือปัญหา ก้างคือสาเหตุ และวิธีแก้
ส่วนอันสุดท้ายเป็นลิ๊งไปหา Mind Map  ของอาจารย์ที่อบรมผมครับ
http://www.prachasan.com/elearning/WayToSuccess2011.pdf

กว่าจะเสร็จร่ายซะยาวคงไม่เบื่อนะครับ ถ้าเพื่อน ๆ อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วคิดว่า นายค่าวจะเขียนอะไรต่ออีก ก็ต้องบอกเพื่อน ๆ ว่า ไม่ไหวแล้ว จบแค่นี้แหละครับ ไว้คุยเรื่อง Ubuntu กันต่อดีกว่า

    วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

    รู้จักกับ Ubuntu (1) : Update Ubuntu และ Software ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ด้วย Update Manager

    สวัสดีครับ หลังจากลง Ubuntu ไว้ใช้ได้สักพักแล้ว ก็เพลินหล่ะครับ ก็อย่างว่านะ ของไม่เคยใช้มีอะไรบ้างก็ไม่รู้ ก็เลยลองลงนู่นนี่เล่นเยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับ...
    (วิธีลงก็ตามนี้ครับเขาเขียนไว้ละเอียดดีแล้ว ผมคงไม่เขียนซ้ำ ไม่ว่ากันนะครับ https://docs.google.com/fileview?id=0BxmXfjwPtPPVYzQ2MjVmNmItZDVjO
    S00ZjU2LWFlOTgtMzc1ZmU2Njg0ZGFi&hl=en&pli=1
    )

    จะว่าไปแล้วซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สนี่มีเยอะมาก... มากจนลองไม่หมดเลยหล่ะครับ จากการลองนู่นนี่มาพอสมควร ก็ได้ข้อสรุปคร่าว ๆ เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ต่าง ๆ นะครับ แต่ตอนนี้ ก่อนที่จะทำอะไรกับ Ubuntu สุดที่รัก เราต้องทำการ update ก่อนครับ ซึ่งการ update ไม่ได้ยากเลยซึ่งขั้นตอนมีดังนี้ครับ
    ( Ubuntu แต่ละ version รูปแบบอาจไม่เหมือนกันแต่ส่วนใหญ่จะคล้าย ๆ กันครับ ดูเป็นแนว ๆ ได้)
    1. ต่อ Internet ครับ Driver ส่วนใหญ่แล้วไม่ต้องไปหาที่ไหนครับ เค้ามีให้เกือบหมด ( ถ้าใครไม่มีก็ซวยหน่อยครับ ต้องทำอะไรมากกว่าชาวบ้านเขานิดนึง )
    2. เปิด Update Manager ขึ้นมาครับโดยเข้าไปตามรูปเลยครับ อยู่ใน MENU > System > Administration > Update Manager
    3.  เปิดขึ้นมาจะมีหน้าตาเหมือนข้างล่างครับ จากนั้นด้านล่างของหน้าต่างจะเห็นปุ่มที่เขียนว่า Check ให้กด เพื่อทำการเช็คว่ามี update อะไรใหม่บ้างจาก Server   (ซึ่งเราสามารถตั้งค่าของ server ได้โดยกดคำว่า setting ตรงปุ่มล่างซ้าย แต่เราจะเอาไว้มาพูดทีหลังครับ )
    4.  จากนั้นเลือกเช็คถูกตรงหน้าหัวข้อที่ต้องการ update ครับ ( แนะนำว่าไม่ต้องยุ่งกับมันดีที่สุดครับ update ไปเถอะ ) จากนั้นกด Install Updates ทำตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ ก็เสร็จแล้วครับ (บางทีอาจจะมีการถามรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ หรือ root บ้าง หรืออาจจะมีกล่องข้อความให้ยอมรับหรือยืนยันอะไรบ้าง ก็ขอให้อ่านให้เข้าใจก่อนค่อยกดนะครับ
    จากขั้นตอนการ update นั้น จะมีการดาวน์โหลด patch ตัวเสริม ตัวแก้ไขต่าง ๆ และอาจรวมถึงภาษาต่าง ๆ ให้รองรับกับซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งไว้ และที่สำคัญคือ จะเป็นการ update repository หรือ แหล่งเก็บข้อมูล อธิบายง่าย ๆ ก็คือ repository หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า repo นั้น เปรียบเสมือนกับตัวที่เก็บรายละเอียดต่าง ๆ ของซอฟต์แวร์ไว้ ทำให้ ubuntu รู้ว่ามีซอฟต์แวร์ชื่อนี้อยู่ และถ้าจะดาวน์โหลด Source Code มาติดตั้งจะต้องดาวน์โหลดที่ไหน ทำให้ต่อจากนี้การลงโปรแกรม Open Source ต่าง ๆ ไม่ได้เป็นเรื่องยากอีกต่อไปครับ

    ป.ล. สำหรับการจัดเก็บซอฟต์แวร์แหล่งเก็บข้อมูลของอูบันตูจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่คือ

    1. Main - Officially supported software. คือซอฟต์แวร์ที่ทาง Ubuntu คอยดูแลแก้ไข
    2. Restricted - Supported software that is not available under a completely free license.คือซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ให้ฟรีซะทีเดียว แต่มีไว้เพื่อรองรับการทำงานบางอย่าง เช่น plug-in flash ของ Adobe ที่ไม่ใช่ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส คือไม่ได้ให้ source code แต่ดาวน์โหลดมาติดตั้งฟรีได้เป็นต้น
    3. Universe - Community maintained software, i.e. not officially supported software. คือซอฟต์แวร์ที่ Ubuntu ไม่ได้ดูแล แต่เป็นผู้อื่นที่ดูแลซอฟต์แวร์ซึ่งก็คือโปรแกรมเมอร์อื่น ๆ ทั่วโลกที่ช่วยกันพัฒนาแก้ไขตัวซอฟต์แวร์
    4. Multiverse - Software that is not free. คือซอฟต์แวร์ประเภทที่เสียตังหรือขายนั่นเอง
    Credit : https://help.ubuntu.com/community/Repositories/Ubuntu

    เสร็จไปอีกขั้นตอนของการ Update นะครับ ต่อจากนี้เราจะก้าวสู่โลกของ ซอฟต์แวร์เสรีอย่างเต็มที่สักที คราวหน้าเรามาดูกันว่ามีซอฟต์แวร์อะไรน่าใช้บ้าง วันนี้อาจจะยาวไปบ้างแต่ก็พยายามเขียนเต็มที่ ผิดพลาดตรงไหนประการใด ยินดีรับคำติชมครับ

      เข้าสู่โลก OpenSource

      Opensource คืออะไร?

      ความเข้าใจเดิมของผมสำหรับ Opensource คือ  free Download ซอฟต์แวร์อะไรก็ได้ที่ให้ฟรีและแก้ไข
      ได้โดยที่ถูกกฏหมาย แต่ความหมายโดยคร่าวของ OpenSource คือ
      1.free Redistribution คือการเผยแพร่ได้อย่างเสรี การเผยแพร่เช่น การ Copy Download 
      2.free Source Code คือการให้ซอร์สโค้ดหรือให้ช่องทางที่จะเข้าถึงโค้ดด้วย
      3.Derived Work คือการอนุญาติให้แก้ไขปรับปรุงได้จาก Softwareเดิมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
      4.free license คือไม่มีลิขสิทธิ์ใครสามารถใช้ก็ได้ และไม่ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์

      ระบบปฏิบัติการ Opensource ตัวแรกของผม
       
               วันแรกที่ฝึกงานที่ฝ่ายโอเพ่นซอร์ส สิ่งที่ทำให้ผมต้องสนใจเป็นพิเศษคือ... พี่ ๆ ในแผนกทุกคนไม่ใช้ 
      window ??? แต่ใช้ระบบปฏิบัติการตัวนึงที่มีชื่อเรียกเหมือนคำของชนเผ่าโบราณเผ่านึง(เผ่าไหนไม่รู้ 
      เดี๋ยวเฉลย ให้ลุ้นเล่น ๆ ) ระบบปฏิบัติการตัวนี้มีชื่อเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ubuntu???? แล้ว...
      มันอ่านยังไงหว่า??? ยูบันตู อูบูนตู อยู่บนตู้...  จริง ๆ คำว่า Ubuntu อ่านว่า "อูบุนตู" เป็นภาษาซูลูที่ว่า
      กันว่ามีความหมายสวยเกินกว่าจะแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษได้คำที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Humanity to
      others หรือ Being with others แต่เอาเป็นว่าในบล๊อกนี้ผมจะเรียกทับศัพท์เป็นภาษาสากลว่า
      ubuntu แล้วกันนะครับ
      
              แล้ว ubuntu คืออะไร... ผมจะอธิบายแบบง่าย ๆ นะครับ ubuntu เป็นระบบปฏิบัติการ (Operating 
      System)ตัวหนึ่ง คล้าย ๆ กับ Window และ Mac OSX แหละครับทำหน้าที่เป็นตัวติดต่อกับผู้ใช้ให้ทำ
      อะไร ๆ ง่ายขึ้นเช่น ดูหนัง ฟังเพลง พิมพ์งาน เล่นเกมส์ สาระพัดสาระเพ จนไปถึงเขียนโปรแกรมทำนุ่นนี่ 
      ubuntu เรียกได้ว่าเป็นระบบปฏิบัติการ opensource บน PC ที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลกก็ว่าได้ โดยตัว 
      ubuntu นั้น เป็นระบบปฏิบัติการตระกูล Unix พัฒนาต่อยอดมาจาก Debian ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการอีก
      ตัวหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมมาก่อน  (เนื่องจากเหตุผลภายในใด ๆ ก็แล้วแต่ สรุปคือ ubuntu แตกยอดมา
      จาก Debian นั่นเอง) โดยพัฒนาจากโปรแกรมเมอร์ทั่วโลกภายใต้การสนับสนุนเงินทุนของบริษัท 
      Canonical(เอกชน)  ubuntu เป็นระบบปฏิบัติการที่มีความง่ายต่อการใช้งานสำหรับมือใหม่พอสมควร 
      ซึ่งถ้าใครบอกเพื่อน ๆ ว่า ubuntu ใช้ยากอย่างนู้นอย่างนี้ เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับพวกที่เก่ง ๆ คอม
      ทั้งนั้น อย่าไปเชื่อครับ ต้องลองดูก่อนแล้วจะติดใจ
       
      การพัฒนาของ ubuntu สามารถดูได้จากข้างล่างนี้ครับ
       
      จากตารางนี้ตัวที่ออกมาให้ได้ใช้กันตัวแรกเป็นเวอร์ชั่น 4.10 ครับ ส่วนสองตัวสุดท้าย 11.04 Natty 
      Narwhal กำลังจะออกตัวเต็มมาให้ใช้ครับ(ขณะที่กำลังเขียนนี้ พึ่งออก 11.04 Beta 2) ส่วน 11.10
      ก็รอต่อไป ถ้าอยากดูรายละเอียดการพัฒนาแบบละเอียด 
      ดูได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Ubuntu_%28operating_system%29 
       
      ปัจจุบันผมใช้ ThaiOS ของ SIPA ซึ่งพี่ ๆ ในSIPA ได้พัฒนาต่อยอดมาจาก Ubuntu 10.04 Lucid
      Lynx โดยปรับหน้าฟีเจอร์และใส่ฟ้อนภาษาไทยรวมถึงทำให้ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ข้างในรองรับภาษาไทย 
      เพื่อให้คนไทยได้ใช้งานกัน (พี่ ๆ เค้าเก่งทุกคน) จากการใช้งานบอกได้เลยว่าพี่ ๆ ได้ทำ ThaiOS ออกมา
      ได้น่าใช้มาก และใช้งานได้ดีมากไม่มีปัญหาเลยครับ
      เพื่อนคนไหนอยากลองใช้งาน ลองดาวน์โหลดได้ที่ http://thaios.sipa.or.th/download/ 
       
       
      credit : http://www.isriya.com/column/opensource/2005/79-Ubuntu

      แนะนำตัว

      สวัสดีครับ ผมชื่อนายคำค่าวครับ เป็นคนเชียงใหม่โดยกำเนิดครับ ส่วนชื่อที่เห็นแปลก ๆ นี่ก็เป็นภาษาเหนือ (คำเมือง) ครับ ปัจจุบันผมกำลังฝึกงานอยู่ที่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือที่เพื่อน ๆ อาจจะรู้จักกันดีในชื่อของ SIPA โดยผมฝึกงานอยู่ในหน่วยงานโอเพ่นซอร์ส ( opensource ) ครับ

      ส่วน Blog ของผมนั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการบ้านของพวกพี่ ๆ ก็ได้ครับ พี่วิรัตน์ เป็นพี่ที่คุมหน่วยงานโอเพ่นซอร์สบอกกับผมว่า คนเราจะเรียนรู้ ต้องมี สุ จิ ปุ ริ ครับ จำไม่หมดจดดีกว่าจำ จึงได้มีบล็อกตัวนี้ไว้ช่วยจดสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการฝึกงานครั้งนี้ครับ

      การฝึกงานครั้งนี้ได้ทำให้ผมรู้จักกับโลกแห่งใหม่  โลกที่ผมไม่เคยคิดจะเดินเข้าไป.. โลกของโอเพ่นซอร์ส ครับ สำหรับผมมันเหมือนเป็นโลกที่ช่างตื่นตาตื่นใจสำหรับผมจริง ๆ ถ้าเปรียบโอเพ่นซอร์สเป็นผู้หญิงแล้ว ต้องใช้คำว่า "สวยจี๊ด ๆ โดนจัง ๆ" เลยทีเดียวครับ และบทความทั้งหลายที่เพื่อนกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้ก็เปรียบเสมือนทางเดินเข้าสู่โลกโอเพ่นซอร์สของผมครับ มาดูกันครับ ว่าผมจะไปได้ไกลสักแค่ไหน